Home    About BM TRADA     News & Event     Service     Contact     Customer     BM TRADA Client Login Certificate Check
 
 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player




ไทยกับ AEC ในยุคสมัยแห่งเอเชีย (ประจำเดือนตุลาคม 2554)

ข่าวจาก: ฝ่ายวิจัยธุรกิจธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

ไทยกับ AEC ในยุคสมัยแห่งเอเชีย

     ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เอเชียได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้นเป็นลำดับ ดังจะเห็นได้จากสัดส่วน GDP ของเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ต่อ GDP โลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 9% ในปี 2541 มาอยู่ที่ 16.3% ในปี 2552 เช่นเดียวกับมูลค่าการค้าของเอเชียที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วใน 2552 มูลค่าส่งออกและนำเข้าของเอเชีย คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของมูลค่าการส่งออกและนำเข้ารวมทั้งโลก ส่งผลให้ความมั่งคั่งของประเทศในเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เห็นได้จากทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศในแถบเอเชียรวมกันเพิ่มขึ้น จาก 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2546 ต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและดูเหมือนปัญหาต่างๆ จะยังไม่ยุติในระยะเวลาอันใกล้ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเอเชียกำลังก้าวเข้ามาเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของโลกตัวใหม่ ถนนทุกสายที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เอเชียในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน รวมถึงเงินทุน กำลังผลักดันทิศทางเศรษฐกิจโลกให้เข้าสู่ยุคสมัยแห่งเอเชีย อย่างแท้จริง ซึ่งไทยควรต้องรู้จักใช้ประเโยชน์จากยุคสมัยแห่งเอเชียให้เต็มประสิทธิภาพ เพราะลำพังตลาดในประเทศไทยอย่างเดียว ซึ่งประชากร 0.9% ของประกรโลก ขณะที่ GDP คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.46% ของ GDP โลก ไม่เพียงพอต่อการผลักดันการขยายตัวอย่างเต็มที่  ดังนั้นกลยุทธ์ในการก้าวไปสู่การรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน (ASEAN Economic Company:AEC) ก่อนที่จะขยายไปสู่ ASEAN+3 และ ASEAN+6 จะยิ่งทำให้ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดขนาดใหญ่ได้มากขึ้น

        จุดมุ่งหมายหลักของประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน  คือ การนำอาเชียนไปสู่การเป็นตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน (Single Maket and Production Base) ซึ่งหมายถึงการทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีใน 5 สาขา ประกอบด้วยสินค้าบริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ และเงินทุน  แน่นอนว่า ย่อมมีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์มากน้อยแตกต่างกันตามศักยภาพของผู้ประกอบการในแต่ละประเทศ ซึ่งสามารถวิเคราะห์แยกผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นรายสาขา ดังนี้

          การเปิดเสรีด้านการค้า เป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเชียน หรือ AFTA (ASEAN free Trade Area) เริ่มขึ้นในปี 2553 โดยมีการทยอยลดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างประเทศสมาชิกอาเชียน อย่างต่อเนื่อง ประเทศอาเชียนเดิม มี 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และบรูไน จะต้องลดภาษีศุลกากร ระหว่างกันให้เหลือ 0% ในรายการ inclusive List  และประเทศสมาชิกใหม่ อีก 4 ประเทศ คือ กัมพูชา สปป.ลาว พม่า และเวียตนาม ต้องทยอยลดภาษีศุลกากร ให้เหลือ 0% ภายในปี 2558

          เป็นที่สังเกตว่า สินค้าส่งออกบางตัวของไทยได้เปรียบคู่แข่ง อยู่หลายรายการ  อาทิ เช่น ข้าวโพด ผลิตภัณฑ์ยาง และเฟอร์นิเจอร์  ในตลาดอินโดนีเซีย และ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เฟอร์นิเจอร์ รถยนต์  ในตลาดมาเลเซีย  ขณะที่สินค้าส่งออกบางตัว ต้องปรับตัว ทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม เช่น ผลิภัณฑ์มันสัมปะหลัง ผ้าผืน เม็ดพลาสติก ในตลาดอินโดนีเซีย  ยางพารา ผ้าผืน ในตลาดฟิลิปปินส์ เป็นต้น  ซึ่งแนวทางการปรับตัวของสินค้าเกษตร ได้แก่ การเพิ่มผลิตต่อไร่ ไม่ว่าจะเป็นปรับปรุงพันธุ์พืช การพัฒนาชลประทาน และการใช้เทคโนโลยีช่วยในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว รวมถึงการแปรรูปวัตถุดิบขั้นต้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร  แนวทางปรับตัวของสินค้าอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ ควรหันมาแข่งขันด้านคุณภาพแทนการแข่งขันด้านราคา โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creative&Innovation) ผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและสังคมที่เปลี่ยนแปลง

            เป็นที่น่าสังเกตว่า สาเหตุที่ทำให้สินค้าส่งออกของไทยบางรายการแข่งขันได้ยากนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ปัญหาในทางปฏิบัติที่เป็นข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์จากข้อตกลง AFTA อาทิ ปัญหาเกี่ยวกับกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี (NTMs) การที่บางประเทศยังคงปกป้องผู้ผลิตในประทศของตน รวมทั้งผู้ประกอบการของไทยขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อตกลง AFTA ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข
          
            สำหรับการเปิดเสรีด้านบริการ แม้ว่าสิงคโปร์มีศักยภาพในด้านการบริการสูงที่สุดในอาเชียน และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะในสาขาคมนาคมและคอมพิวเตอร์ การขนส่งทางอากาศและโลจิสติกส์ ซึ่งสิงคโปร์ มีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเหนือกว่าประเทศอื่น  อย่างไรก็ตาม ไทยก็มีศักยภาพสูงในการให้บริการในบางสาขา โดยเฉพาะ สาขาการท่องเที่ยว ซึ่งไทยก็มีจุดแข็งอยู่หลายด้าน ทั้งทำเลที่ตั้ง ความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งการให้บริการที่เป็นมิตรของคนไทย ที่สร้างความประทับใจแก่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้เป็นอย่างดี  รวมถึงสาขาการแพทย์และบริการด้านสุขภาพ ไทยก็มีจุดแข็ง  ไม่เพียงแต่มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่ยังมีจุดเด่น ด้านราคาที่ไม่สูงเกินไป (ต่ำกว่าสิงคโปร์ ค่อนข้างมาก) ซึ่งเป็นธุรกิจบริการที่ไทยได้ปรโยชน์จากการเปิดเสรีภาคบริการ

           ขณะที่การเปิดเสรีด้านการลงทุน จะเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558 จะทำให้การลงทุนทางตรงจากประเทศอาเซียนด้วยกันเองเพิ่มมากขึ้น และจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการขยายฐานการผลิตหรือย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ซึ่งมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการสาขาการเกษตรและเกษตรแปรรูป รับเหมาก่อสร้าง เหมืองแร่ รวมทั้งภาคการผลิตอื่นที่นักลงทุนไทยมีความเชี่ยวชาญ

           ยังมีประเด็นการเปิดเสรีด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากการเปิดเสรีดังกล่าว อาจจะทำให้แรงงานฝีมือในอาเชียนย้ายจากประเทศที่มีค่าตอบแทนต่ำ (ประเทศในแถบอินโดจีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงไทย) ไปยังประเทศที่มีค่าแรงสูงกว่าและมีการใช้ภาษาอังกฤษอย่างแพร่หลาย อาทิ สิงคโปร์และมาเลเซีย หลายฝ่ายเริ่มเป็นห่วงว่า การเปิดเสรีแรงงาน จะทำให้แรงงานฝีมือของไทยบางสาขาย้ายไปทำงานในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยเฉพาะสาขาการแพทย์และวิศกร ในอนาคตไทยอาจขาดแคลนแรงงานฝีมือที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศในระยะถัดไป  ในระยะยาว หากมีการขยายกรอบความร่วมมือเป็น ASEAN+3 หรือ ASEAN+6 ก็มีความเป็นไปได้ว่า แรงงานฝีมือในบางสาขา เช่น การเงินการธนาคาร รวมถึง IT จากประเทศเหล่านี้จะเข้ามาแย่งงานบุคลากรไทยมากขึ้น
         
           การเปิดเสรีด้านเงินทุน ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดของการเปิดเสรีที่ชัดเจน แต่ได้มีการตกลงกันในเบื้องต้นว่า จะเร่งพัฒนาตลาดทุนร่วมกันจนนำไปสู่การรวมตัวของตลาดทุนในอาเซียน และยินยอมให้มีการเคลื่อนย้ายเงินโดยเสรีมากขึ้น แต่ต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ถึงจะเริ่มเห็นเป็นรูปธรรม
          
           ประชาคมเศรษฐกิจอาเชียนที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2558 จะกลาย
เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเศรษฐกิจไทยในทุกด้าน ทั้งการค้าเสรี การค้าบริการ การเคลื่อนย้ายการลงทุน แรงงานและเงินทุน ภายใต้ข้อตกลง AEC มีแนวโน้มที่ไทยจะหันมาค้าขายกับประเทศในภูมิภาคมากขึ้น สวนทางกับประเทศตลาดหลัก จะเริ่มลดบทบาทลง ขณะที่การเปิดเสรีด้านการบริการ จะส่งผลให้การแข่งขันในภาคบริการรุนแรงขึ้น  จะช่วยพัฒนาและเพิ่มบทบาทของภาคบริการให้เข้ามามีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ไทยเริ่มจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ก็จำเป็นที่จะต้องย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน

             สำหรับการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรี จะส่งผลให้การแข่งขันตลาดแรงงานเป็นไปอย่างเข้มข้น ซึ่งบุคลากรไทยในวิชาชีพต่างๆ ของไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะ เพื่อรับมือกับการแข่งขันดังกล่าว  โดยเฉพาะด้านภาษา
            
              ในส่วนของ ธสน. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและสนับสุนการค้าการลงทุน ก็พร้อมที่จะเสริมทัพในการต่อยอดธุรกิจไทยให้ก้าวต่อไป  ไม่ว่าจะในมิติของการเดินเกมรุกเพื่อสนับสนุนการส่งออกสินค้าของไทยไปตลาดที่มีศักยภาพและการลงทุนในต่างประเทศ ธสน.พร้อมที่สนับสนุนผู้ประกอบการด้านข้อมูลและด้านการเงิน ทั้งสินเชื่อเพื่อการส่งออก สินเชื่อโครงการระหว่างประเทศ และสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผผลิต  รวมถึงสนับสนุนการบริหารความเสี่ยง อาทิ บริการประกันการส่งออก บริการประกันความเสี่ยงการลงทุน และบริการด้านอัตราแลกเปลี่ยน
การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหันมาลงทุน ด้านการประหยัดพลังงาน (Energy Saving)  รวมถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนการผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับ Social Changes และ Global Trend เป็นต้น  พร้อมกันนี้ ธสน. ยังสร้างเครือข่ายในประเทศเป้าหมาย เพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุน buyer's Bank Credit ซึ่ง ธสน.จะให้วงเงินสินเชื่อกับธนาคารผู้ซื้อในต่างประเทศ เพื่อให้ธนาคารผู้ซื้อให้สินเชื่อต่อผู้ซื้อสินค้าไทยในต่างประเทศ รวมถึงการสร้างเครือข่ายในลักษณะอื่นๆ  เพื่อรองรับการค้าการลงทุนในภูมิภาคภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะทวีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้นเป็นลำดับ


ขอบคุณ สำหรับข้อมูล จาก ฝ่ายวิจัยธุรกิจ
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
 
 

 
 
 
 
Home      About Us      News & Event      Service      Contact      Job Opportunity      Client Login
Copyright © 2011 bmtradathai.com All rights reserved. Create by siammetal.net