Home    About BM TRADA     News & Event     Service     Contact     Customer     BM TRADA Client Login Certificate Check
 
 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player




องค์ประกอบของ มาตรฐาน BCM: The Show Must Go on ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นธุรกิจต้องดำเนินต่อไปให้ได้

             ที่มาของสิ่งที่เรียกว่า Business Continuity Management (BCM) หรือการบริหาร

จัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ ซึ่งใจความโดยสรุป ก็คือ  การเตรียมธุรกิจให้พร้อม ไม่ว่าอะไรจะเกิด

อะไรขึ้น ธุรกิจของคุณต้องมีโอกาสที่จะสามารถดำเนินการต่อไปได้

องค์ประกอบของ BCM 
       
            




ในโมเดลรูปบ้าน จะทำให้เราเห็นภาพของความสำคัญขององค์ประกอบต่างๆ ได้ชัดเจน

ขึ้น  พิจารณาจากซ้ายมือ  จะเห็นว่า โมเดลรูปบ้านนั้นประกอบไปด้วย 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่ หลังคา

บ้าน (สีน้ำตาล) อันเปรียบเหมือนเป้าหมายของเรา , คานบ้าน (สีแดง)  อันหมายถึงสิ่งที่คอยค้ำชูให้

เป้าหมายคงอยู่ได้ , เสาบ้าน (สีม่วง ส้มและเขียว) คือองค์ประกอบสำคัญที่ต้องมี จึงจะสามารถบรรลุ

เป้าหมาย, ลิ้งก์ (แถบสีขาว) คือ สิ่งที่จะเชื่อมโยงให้เสาบ้านทั้ง 3 นั้น เชื่อมถึงกันได้ และรากฐาน

ของบ้าน (สีน้ำเงิน)  คือ สิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่หากไม่มีแล้ว บ้านทั้งหลังหรือแผนและเป้าหมาย

ของเราต้องพังครืนลงมาหลังคาของบ้าน  หรือเป้าหมายของเรา  ก็คือ การที่ธุรกิจจะสามารถกลับมา

ดำเนินต่อได้ตามปกติ

            หลังจากเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ทำให้ธุรกิจชะงักไปรากฐานของบ้าน ที่จะนำไปสู่เป้า

หมายนั้น ก็คือ ความตระหนักรู้ถึงความจำเป็น ซึ่งไม่เพียงตัวผู้บริหารเท่านั้น แต่รวมถึงพนักงาน

ทุกระดับ อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ การอบรมทักษะพื้นฐานที่จำเป็นนั่นเอง


หัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมาย
  ก็คือ  เสาบ้านทั้ง 3 ต้น อันได้แก่


Incident Management Plan (IMP)
คือ แผนในการบริหารจัดการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมาย

ว่า จะต้องไม่ขยายขอบเขตหรือทวีความรุนแรงขึ้น  เช่น  หากเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบ ติดไวรัส  

ต้องมีแผนเข้ามาดำเนินการ เพื่อไม่ให้ไวรัส แพร่กระจายไปเครื่องอื่นต่อ และต้องสกัดกั้น เพื่อไม่ให้

สร้างความเสียหายให้เครื่องอื่นต่อ

Disaster Recovery Plan (DRP) คือ แผนในการกอบกู้สถานการณ์ หมายถึง หลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น

แล้ว แน่นอน ย่อมเกิดความเสียหายบ้างไม่มากก็น้อย แต่เรามีแผนอะไรบ้าง ที่จะแก้ไขความเสียหาย

นั้น   เช่น กรณีคอมพิวเตอร์  ก็อาจหมายถึง การสำรองข้อมูลไว้  พร้อมสำหรับการกู้คืนกลับมา

Business Continuity Plan (BCP)  คือ แผนในการทำให้ธุรกิจดำเนินการต่อไปได้  ตรงนี้เป็นสิ่ง

สำคัญมาก  เพราะธุรกิจนั้น การหยุดชะงัก จะเกิดความเสียหายมาก

Recovery Point Objective (RPO) หรือจุดที่ยอมรับได้ในการกู้สถานการณ์  แน่นอนว่า เมื่อ

เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว  การจะไปแก้ไขให้เหมือนกับมันไม่ได้เกิดขึ้นเลย คงเป็นไปไม่ได้  ดังนั้น

องค์กรต้องมีการกำหนดเกณฑ์ที่ยอมรับได้  เมื่อกู้สถานการณ์ได้แล้ว

Recovery Time Objective (RTO) หรือระยะเวลาที่ยอมรับได้ที่ต้องใช้ในการกู้สถานการณ์ เพื่อให้

กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม  เช่น กรณีของข้อมูลคอมพิวเตอร์ การกู้ข้อมูล ต้องไม่ใช้เวลานานเกิน

กว่า 30 นาที เป็นต้น  

Incident Communication Plan (ICP) นี่เป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ เพราะเป็นตัวเชื่อมโยง (ลิงก์)

ที่ทำให้เสาทั้ง 3 ต้น สอดประสานได้อย่างเหมาะสม คือ องค์กรต้องมีแผนการสื่อสารเกี่ยวกับ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง ได้รับรู้และตระหนักรู้  เมื่อได้วางแผนกันไว้แล้ว แทนที่จะรอให้

เหตุการณ์เกิด เราก็มีการทดสอบ(Test) ว่าแผนที่วางไว้ใช้ได้หรือไม่ แล้วทำการปรับปรุงอย่างเหมาะ

สมแล้วก็จะเข้าข่าย Plan-Do-check-Action หรือ PDCA  นั่นเอง

 
 
 
Home      About Us      News & Event      Service      Contact      Job Opportunity      Client Login
Copyright © 2011 bmtradathai.com All rights reserved. Create by siammetal.net